โครงสร้างสำเร็จรูป คือ โครงสร้างของอาคารที่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้าง เช่น ฐานราก, เสา, คาน, พื้น และผนังถูกผลิตจากโรงงาน แล้วจึงขนส่งชิ้นส่วนเหล่านี้มาประกอบติดตั้งในสถานที่ก่อสร้าง โดยวัสดุที่นำมาผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างสำเร็จรูปนั้นมีหลายประเภท เช่น ไม้ เหล็ก คอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นต้น
| เสา คาน เสาทำหน้าที่เป็นแกนรับน้ำหนักในแนวดิ่งจากโครงสร้างส่วนอื่นๆ แล้วถ่ายน้ำหนักทั้งหมดลงสู่ฐานราก และเนื่องจากเสาเป็นแกนรับน้ำหนักที่สำคัญ ดังนั้นการวางตำแหน่งเสา จึงต้องคำนึงถึง ประโยชน์ใช้สอย (เช่น ขนาดห้อง) ร่วมกับความสามารถรับน้ำหนักของวัสดุที่ใช้ทำเสาด้วย โครงสร้างที่รับน้ำหนักส่วนอื่นๆ ที่ถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาโดยตรง เช่น คาน ตง อะเส อกไก่ จันทัน ฯลฯ จะมีขนาดหน้าตักเล็กหรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับความถี่หรือห่างของช่วงเสา เช่น ถ้าวางช่วงเสาถี่มาก ก็จะทำให้หน้าตัดของโครงสร้างที่รับพื้นและหลังคาเล็กลงได้ แต่ข้อเสียก็คือ ความสิ้นเปลืองทั้งวัสดุ และแรงงานของฐานและเสา เมื่อต้องการจัดห้องกว้างๆ ก็จะมีเสาเกะกะ แต่ถ้าลดจำนวนเสา และทำให้ช่วงเสาห่างกันขึ้น แม้จะประหยัดจำนวนเสาและฐานราก แต่ขนาดของโครงสร้างต้องใหญ่ขึ้นทั้งหมด บ้านโดยทั่วไปใช้เสาไม้ อยู่ระหว่าง 2-4ม. ถ้าเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก จะรับน้ำหนักได้มากกว่าเสาไม้ และมักใช้ช่วงเสาไม่เกิน 6ม. เพราะเป็นช่วงเสาที่สร้างได้โดยประหยัด และไม่ต้องใช้เทคนิคพิเศษ |

ข้อดีของการออกแบบระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป
- ลดปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงาน ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการก่อสร้างระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป เนื่องจากทำการผลิตชิ้นส่วนจากโรงงานและนำมาติดตั้งบริเวณสถานที่ก่อสร้าง และการก่อสร้างด้วยระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปสามารถลดงานก่อและฉาบได้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการขาดแรงงานในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี
- ลดระยะเวลาในการก่อสร้างได้เมื่อเทียบกับระบบการก่อสร้างปกติ สามารถก่อสร้างได้อย่างสะดวกเรียบร้อยมากขึ้น เนื่องจากต้องมีการเตรียมการวางแผนตั้งแต่การออกแบบโครงสร้าง และมีการความคุมการผลิตชิ้นส่วนการก่อสร้างจากโรงงานผลิตชิ้นส่วน
- ลดมลภาวะเรื่องฝุ่น และเสียงในขณะการก่อสร้าง ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างได้เป็นอย่างดี
- ลดต้นทุนในการก่อสร้าง เมื่อมีการก่อสร้างรูปแบบอาคารที่ซ้ำกันเป็นจำนวนมาก และจากการออกแบบที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนสามารถลดการใช้วัสดุอย่างชิ้นเปลืองและมีการสูญเสียน้อย
- โครงสร้างของอาคารระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปมีความแข็งแรงมากกว่าเมื่อเทียบกับระบบก่อสร้างปกติ เนื่องจากมีองค์ประกอบของโครงสร้างอาคารสามารถรับแรงได้
ข้อเสียของการออกแบบระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป
- ต้องมีการเตรียมงานที่รอบคอบ และครอบคลุมทุกขึ้นตอนของการก่อสร้างซึ่งจะทำให้ปริมาณงานในส่วนของการเตรียมงานและจัดทำ Shop Drawing มากขึ้น เมื่อเทียบกับการก่อสร้างระบบปกติ เนื่องจากต้องคำนึงถึง การผลิต การขนส่ง และการติดตั้ง เป็นอย่างมาก
- การออกแบบในด้านความสวยงามของโครงสร้างอาคารจะทำได้ยากขึ้น เนื่องจากผลิตระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปจำเป็นต้องมีการออกแบบชิ้นส่วนที่มีรูปแบบที่ง่ายต่อการผลิต กาขนส่ง และการติดตั้ง จึงทำให้เป็นข้อจำกัดในการออกแบบของการก่อสร้างระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป
- ข้อจำกัดของขนาดชิ้นส่วนสำเร็จรูป จะขึ้นอยู่กับการขนส่งและอุปกรณ์การยกติดตั้ง เช่น ขนาดของรถขนส่ง การรับน้ำหนักของถนน และขนาดของรถเครน หากมีการออกแบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปที่มีขนาดใหญ่จะต้องรถขนส่งที่ออกแบบเฉพาะ และมีอุปกรณ์ยกติดตั้งที่มีขนาดพิเศษ และจะทำให้การติดตั้งยากลำบากมายิ่งขึ้น
- การออกแบบชิ้นส่วนสำเร็จต้องคำนึงถึงรูปแบบของชิ้นส่วนที่มีจำนวนมากและขนาดเดียวกัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการผลิตสูงสุด และลดต้นทุนวัสดุในการทำแบบหล่อ
- ความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูปจะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของจุดต่อที่เชื่อมชิ้นส่วนสำเร็จรูปแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ซึ่งมีความซับซ้อนในการผลิตและการติดตั้งที่ทำได้ยาก
- การก่อสร้างด้วยระบบชิ้นส่วนสำเร็จรูป ด้วยทั่วไปแล้วแผ่นพื้นและผนังจะมีรอยต่อซึ่งต้องเสี่ยงต่อการรั่วซึมของรอยต่อที่สัมผัสน้ำ
- มีการลงทุนในระยะแรก เนื่องจากการสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูป
- ผู้มีความรู้และความชำนาญในการก่อสร้างระบบชิ้นส่วนสำเร็จที่น้อย เนื่องจากเป็นระบบการก่อสร้างรูปแบบใหม่ที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทยได้ไม่นานมากนัก จึงทำให้ไม่เป็นที่นิยมและใช้ในการก่อสร้างที่แพร่หลายมากนัก

สนใจผลิตภัณฑ์หจก.เทพประทานพรวัสดุภัณฑ์ คลิก