1. คานแตกร้าวระหว่างการขนส่งหรือยกติดตั้ง
สาเหตุ : การเคลื่อนย้ายไม่ถูกวิธี, รถบรรทุกไม่ได้รองรับน้ำหนักที่ดี, การใช้เครนยกในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม
วิธีแก้ไข : ใช้อุปกรณ์รองรับ (เช่น ยางหรือไม้) ระหว่างขนส่ง ยกด้วยเครนในตำแหน่งที่วิศวกรกำหนด ตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกให้เหมาะสมกับรถ
2. การต่อเชื่อมคานกับโครงสร้างไม่สนิท
สาเหตุ : ขนาดคานกับเสาหรือผนังหน้างานไม่ตรงแบบ, การวางผิดตำแหน่ง
วิธีแก้ไข : ตรวจสอบ Shop Drawing และแบบก่อสร้างก่อนติดตั้ง ใช้ปูนเกราท์ (Non-shrink grout) อุดรอยต่อ ให้ช่างที่มีประสบการณ์ควบคุมงานติดตั้ง
3. การโก่งตัวหรือบิดงอของคาน
สาเหตุ : การวางบนจุดรองรับไม่ตรง, คานไม่ได้ถูกออกแบบให้รับน้ำหนักงานจริง
วิธีแก้ไข :ตรวจสอบการออกแบบคานตามมาตรฐานวิศวกรรม ใช้แม่แบบหรือค้ำยันชั่วคราวก่อนงานก่อสร้างเสร็จ เลือกคานสำเร็จจากโรงงานที่มีการรับรองคุณภาพ
4. ปัญหาการแตกร้าวเล็กน้อยบนผิวคาน (Shrinkage Crack)
สาเหตุ : คอนกรีตแห้งตัวไม่สม่ำเสมอ, การบ่มคอนกรีตในขั้นตอนการผลิตไม่ดี
วิธีแก้ไข : โรงงานควรบ่มคอนกรีตตามมาตรฐาน ใช้น้ำยาซ่อมรอยร้าวหรือฉาบเก็บงาน เน้นเลือกผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน มอก.
5. การจัดเก็บคานที่หน้างานไม่ถูกวิธี
สาเหตุ : วางคานบนพื้นดินโดยตรง ทำให้ชื้นหรือคานเอียง
วิธีแก้ไข : วางคานบนหมอนรองไม้/คอนกรีตที่มีระยะเท่ากันทั้งสองด้าน หลีกเลี่ยงการวางทับซ้อนเกินกำหนด
สรุป
คานสำเร็จรูปเป็นวัสดุก่อสร้างที่ช่วยให้ งานเร็วขึ้น แข็งแรง มาตรฐานโรงงาน แต่ถ้าใช้งานไม่ถูกวิธีก็อาจเกิดปัญหาได้ การเลือก โรงงานผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน + ช่างติดตั้งที่ชำนาญ จะช่วยลดปัญหาและทำให้งานก่อสร้างมีคุณภาพยั่งยืน